บทที่ 9
การควบคุมคอมพิวเตอร์สำหรับระบบสารสนเทศทางบัญชี
การใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ
          กิจการที่นำคอมพิวเตอร์หรือระบบสารสนเทศทางการบัญชีไปใช้ในการควบคุมภายใน ต้องกำหนดให้มีการควบคุมภายใน เพื่อให้มั่นใจว่า ข้อมูลที่บันทึกมีความครบถ้วน ถูกต้อง ประมวลผลตามขั้นตอน การเข้าถึงข้อมูลหรือแฟ้มข้อมูลกระทำได้เฉพาะผู้ได้รับอนุญาต รวมทั้งการจะพัฒนาหรือการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมได้ต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจากผู้มีอำนาจเรียบร้อยแล้ว
การควบคุมระบบ ( System control )
ประเภทที่ 1 จัดแบ่งโดยใช้เกณฑ์วัตถุประสงค์ของการควบคุม
          1.1. การควบคุมเชิงป้องกัน
          1.2. การควบคุมเชิงตรวจสอบ
          1.3. การควบคุมเชิงแก้ไข
ประเภทที่ 2 จัดแบ่งโดยใช้เกณฑ์ของขอบเขตงานของการควบคุม
          2.1. การควบคุมทั่วไป ( General Control) ขอบเขตของการควบคุมมีผลกระทบต่อระบบงานทั้งหมด
1) การควบคุมการปฏิบัติงานของพนักงาน
- การแบ่งแยกหน้าที่งาน
- การกำหนดให้มีวันหยุดพักผ่อนเป็นช่วงเวลา
- การกำหนดรหัสผ่าน
2) การควบคุมการปฏิบัติงานของศูนย์ข้อมูล
- ส่วนแรก ควบคุมการปฏิบัติงานพนักงานในศูนย์ข้อมูล
- ส่วนที่สอง การเก็บสำรองข้อมูลไว้ในสถานที่ที่ปลอดภัยโดยการ การวางแผนฉุกเฉิน และ จัดแฟ้ม สำรอง มีเทคนิคการจัดเก็บ 2 วิธี
คือ การจัดทำแฟ้มสำรองของแฟ้มข้อมูลที่จัดแบบเรียงลำดับ และ บันทึกข้อมูลเอาไว้ในแฟ้มข้อมูลที่จัดแบบเข้าถึงได้โดยตรง
3) การควบคุมการจัดหาและบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ของระบบ
- ประการที่หนึ่ง การบริหารเครือข่าย
- ประการที่สอง การสนับสนุนด้านเทคนิคในการปฏิบัติงาน
4) การควบคุมในเรื่องรักษาความปลอดภัยของการเข้าถึงระบบและข้อมูล
          กิจกรรมการควบคุมทั่วไป
1. กำหนดนโยบาย การวางแผนงานและการจัดโครงสร้างงานสารสนเทศ
2. การพัฒนาและเปลี่ยนแปลงแก้ไขระบบงานสารสนเทศ
3. การรักษาความปลอดภัยระบบสารสนเทศ
4. การปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
5. การบริหารจัดการข้อมูล
6. การวางแผนเพื่อกู้ระบบสารสนเทศในกรณีที่เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง
          2.2  การควบคุมเฉพาะระบบงาน ( Application control or Transaction control ) ขอบเขตการควบคุมมีผลกระทบเฉพาะระบบงานใดงานหนึ่ง
- การควบคุมการเข้าถึงระบบหรือข้อมูล
- การควบคุมเกี่ยวกับการนำข้อมูลเข้า
- เกี่ยวกับการประมวลผล
- การควบคุมเกี่ยวกับการเสนอข้อมูลออก

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้